Wednesday, April 16, 2008
ดื้อยาคืออะไร?
By Joeadmin @ 2:28 PM :: 26983 Views :: Article Rating :: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

      หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า 'ดื้อยา' ซึ่งอาการดื้อยาเป็นปัญหาสำคัญของตัวผู้ป่วยเอง ในการรับประทานยาในอนาคต

      รศ.ดร.โอภา  วัชระคุปต์ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า การดื้อยาเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี แต่กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือ กรณีที่เกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อบำบัดอาการเจ็บไข้ไม่สบาย แต่ปรากฏว่ายาที่รับประทานเข้าไปนั้นไม่ได้ผล เราก็ยังป่วยเป็นไข้อยู่ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดื้อยานั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเดิมสามารถใช้ยาชนิดนี้ทำลายได้ เมื่อเชื้อแบคทีเรียเกิดการดื้อยา จะทำให้ยาชนิดเดิมไม่สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้อีกต่อไป ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ป่วยรับประทานยาปฏิชีวนะไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง สมมุติว่าตอนที่เราป่วยมีเชื้อแบคทีเรียประมาณ 10,000ตัวในร่างกายของเรา เมื่อเรารับประทานยาไปเป็นระยะเวลา 3 วัน จำนวนเชื้อแบคทีเรียก็จะลดลงเรื่อยๆ

      ซึ่งในระยะเวลา 3 วัน จำนวนเชื้อแบคทีเรียก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งในระยะเวลา 3 วันนี้ เชื้อแบคทีเรียอาจจะลดลงเหลือ 1,000 ตัว ถ้าเราหยุดรับประทานยา เชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่ก็จะเริ่มรู้ว่ามียาที่สามารถทำลายตัวมันได้ เชื้อแบคทีเรียก็จะสร้างกลไกป้องกันตัวเองเช่น กรณีที่1 คือสร้างกลไกไม่ให้ยาซึมผ่านเข้ามาทำลายตัวมันได้ กรณีที่2 คือเชื้อแบคทีเรียจะสร้างเอนไซม์บางตัวเพื่อทำลายฤทธิ์ของยา สาเหตุนี้เองที่ทำให้ยาชนิดเดิมไม่สามารถออกฤทธิ์เพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียได้ ทำให้เกิดการดื้อยา เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

  จะเห็นว่าการดื้อยานั้นมีผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง ถ้าเราไม่อยากจะล้มหมอนนอนเสื่อควรรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง เพื่อบำบัดอาการป่วยและร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ

TIPS   โดยทั่วไปเชื้อโรคดื้อต่อยาปฏิชีวนะตัวใดตัวหนึ่ง มักจะพลอยดื้อต่อยาปฏิชีวนะอื่นที่อยู่ในประเภทเดียวกัน หรือมีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกันซึ่งทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะประเภทอื่นหรือที่มีสูตรโครงสร้างต่างออกไป