Sunday, April 06, 2008
ไข้เลือดออกเป็นแล้วเป็นอีกได้หรือไม่
By Joeadmin @ 4:08 PM :: 17105 Views :: Article Rating :: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

      ไข้เลือดออกทำให้คนหลายคนหวาดหวั่น เพราะบางครั้งไข้เลือดออกอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หลายคนก็เชื่อกันว่าหากใครป่วยเป็นไข้เลือดออก เมื่อรักษาหายแล้ว คนคนนั้นจะไม่กลับมาป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกอีก ความเข้าใจเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่

      พ.ญ.นนทิรา  ทองสาริ นายแพยท์ 9 วช. ด้านเวชกรรม ป้องกันรักษาการ ผอ.กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร อธิบายว่า กรณีโรคไข้เลือดออกถ้าเคยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้ว ก็สามารถที่จะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกอีกได้ เนื่องจากโรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่เรียกว่า เดงกี่ (dengue) ไวรัสเดงกี่เป็น RNA ไวรัส  ไวรัสเดงกี่มีด้วยกัน 4 ชนิดคือ DEN1, DEN2, DEN3, และ DEN4 ซึ่งจะมีแอนตีเจน (antigen) ร่วมกันบางส่วนทำให้เมื่อเกิดการติดเชื้อชนิดที่ 1 จะเกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออีกชนิดหนึ่ง

      แต่ภูมิที่เกิดขึ้นจะอยู่ได้ 6-12 เดือน ส่วนภูมิที่เกิดกับเชื้อที่ป่วยจะมีตลอดชีวิต ตัวอย่างเช่น หากเป็นไข้เลือดออกจากเชื้อ DEN1 ผู้ป่วยจะมีภูมิต่อเชื้อนี้ตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิต่อเชื้อเดงกี่ชนิดอื่นเพียง 6-12 เดือนเท่านั้น โดยทั่วไปในการรับเชื้อครั้งแรกอาการของโรคจะไม่ค่อยรุนแรงมากนัก ซึ่งสามารถเกิดในเด็กอายุ ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป การติดเชื้อครั้งต่อไปจะรุนแรงขึ้นและภูมิคุ้มกันที่มีจะไม่ช่วยป้องกันไม่ให้เราป่วย แต่จะทำให้การติดเชื้อครั้งหลังรุนแรงขึ้น หมายความว่า เมื่อเคยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้วก็สามารถป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกได้อีกจากการศึกษาพบว่าการติดเชื้อซ้ำหรือการติดเชื้อครั้งที่ 2 เป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกถึงร้อยละ 80-90

TIPS
ถ้าผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกมีอาการอ่อนเพลีย ตัวเย็นชื้น สีผิวคล้ำลง ตัวลาย แสดงว่าเข้าสู่ระยะช็อก (ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สติดี พูดจารู้เรื่อง) เป็นระยะอันตรายของโรค ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ระหว่างการเดินทางพยายามกระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่ หรือ น้ำผลไม้บ่อยๆ