Friday, May 02, 2008
ผีปู่ย่า...หยอกล้อลูกหลาน?
By Joeadmin @ 9:32 AM :: 5556 Views :: Article Rating :: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

      พ่อแม่หลายคนเวลาพาลูกหลานไปเยี่ยมบ้านปู่ย่า ตายาย บางครั้งเด็กจะร้องไห้ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล บางคนเชื่อว่า วิญญาญของปู่ย่าตายาย มาเล่น มาแหย่ ซึ่งความเชื่อนี้เป็นความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่อย่างไร

      ศ.เกียรติคุณ  พญ.ชนิกา ตู้จินดา ที่ปรึกษา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า สาเหตุที่เด็กร้องนั้นเป็นธรรมชาติของเด็ก คือต้องงอแง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาจะนอน ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากตอนกลางวันเด็กมัวเล่นเพลิน แต่เมื่อถึงเวลานอนเด็กจะคุ้นเคยกับสภาพห้องนอนของตนเอง หรือข้าวของที่ต้องใช้ หากสังเกตุจะพบว่าเวลานอนเด็กจะต้องกอดหมอน อุ้มตุ๊กตา ดูดผ้าห่ม และการสัมผัสที่เด็กเคยได้รับก่อนนอน จนกลายเป็นความเคยชิน เพราะฉะนั้นเมื่อไปอยู่ ต่างที่เด็กจะรู้สึกไม่คุ้นเคย ทำให้นอนไม่หลับซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ เหมือนผู้ใหญ่บางคน  สวดมนต์ตั้งหลายรอบก็ยังนอนไม่หลับ  นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่คล้ายๆ กัน นั่นคือ เวลาที่เด็กเล่นซ่อนแอบมักจะมีเสียงลอยลมแว่วมาว่า "ระวัง" จะถูกผีลักซ่อน 

      ศ.เกียรติคุณ  พญ.ชนิกา อธิบายเพิ่มเติมว่า ความเชื่อนี้มีมานานตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เนื่องจากในอดีต ไม่มีไฟฟ้าสว่างไสวเหมือนในปัจจุบันนี้ บ้านเรือนไทยโบราณจะใช้ตะเกียงวางไว้ตามุมบ้าน ที่สำคัญคือบางครั้งตะเกียงจะวางอยู่บริเวณที่มีความสว่างไม่พอ ทำให้พ่อแม่หาเด็กไม่เจอ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่พ่อแม่ห้ามลูกว่าอย่าเล่นกลางคืนเพราะอาจเจอผี แต่ความจริงผีเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่นำมาขู่ เพราะขู่อะไรเด็กก็ไม่กลัว แต่พอขู่จะเจอผี เด็กก็จะกลัว นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้ใหญ่ใช้มาตลอดตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังคงใช้กันอยู่ ทางที่ดีผู้ใหญ่ควรจะอธิบายให้เด็กฟังว่า เวลากลางคืนเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสมที่จะเล่นซ่อนแอบเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

TIPS
การที่เด็กไม่ยอมนอนหรืองอแงเวลากลางคืนเกิดจากหลายสาเหตุและขึ้นอยู่กับแต่ละคน และการดูแลด้วย พ่อแม่ต้องสังเกตุอาการของลูก ดูว่าสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่เป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ เสียง แสงสว่าง จุดไหนที่ไม่เหมาะสมก็แก้ไขเพื่อให้ลูกได้หลับสบาย และไม่ตื่นกลางดึก ในเด็กบางคนที่ไม่ยอมนอนตอนกลางคืนและเอาแต่ร้องไห้ ก็อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องอื่น เช่น จุกเสียด ปวดท้อง ไม่สบาย ซึ่งถ้าเห็นว่าลูกมีอาการมากขึ้นหรือเฉียบพลัน ก็ต้องรีบพามาพบแพทย์