Wednesday, April 23, 2008
วิทยาศาสตร์กับการเดินเรือ
By Joeadmin @ 10:57 AM :: 8092 Views :: Article Rating :: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

      ทุกคนคงเคยเห็นเรือขนาดใหญ่ลอยอยู่ในมหาสมุทรหรือในแม่น้ำ ถ้าพิจารณาจากขนาดของเรือแล้วก็คงอดแปลกใจไม่ได้ว่า เหตุใดท่อนเหล็กขนาดใหญ่จึงสามารถลอยอยู่บนน้ำได้

      นาวาเอกจรินทร์ บุญเหมาะ ผู้อำนวยการกองวิชาการเรือและเดินเรือ ฝ่ายศึกษาโรงเรียนนายเรือ อธิบายว่า สาเหตุที่เรือลอยน้ำได้เพราะความหนาแน่นของเรือมีค่าน้อยกว่าน้ำ หมายความว่าเมื่อนำน้ำหนักของเรือมาเปรียบเทียบกับน้ำในปริมาตรที่เท่ากัน ค่าที่ได้ คือ เรือจะมีค่าความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ทำให้เรือสามารถลอยในน้ำได้ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุหรือเรือไม่มีรอยรั่ว เรือก็ยังคงลอยอยู่ในน้ำได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เรือจมนั้น เกิดจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวข้างต้น แต่ในทางกลับกันเมื่อเรือมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำโดยอาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น เรืออาจจะเกิดรอยรั่ว หรือ เรืออาจจะไปชนกับหินโสโครก หรือภูเขาน้ำแข็ง ทำให้น้ำเข้าไปในเรือ

      เมื่อน้ำเข้าไปในเรือจนกระทั่งถึงระดับหนึ่งทำให้ความหนาแน่นของเรือมากกว่าน้ำ เรือลำนั้นก็จะจมลง ในกรณีของเรือล่ม น้ำหนักหรือความหนาแน่นโดยรวมของเรืออาจจะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่อาจจะเกิดจากจุดศูนย์กลางมวลของเรือเปลี่ยนไป ซึ่งโดยปกติถ้าจุดศูนย์กลางมวลของเรืออยู่ในระดับต่ำเรือก็จะทรงตัวอยู่ในน้ำได้โดยไม่คว่ำหรือล่ม เรือล่มอาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น ผู้โดยสารไปอยู่บนดาดฟ้าเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้จุดศูนย์กลางมวลของเรือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากสาเหตุเดียวกับเมื่อยืนขึ้นในเรือลำเล็กๆ เมื่อจุดศูนย์กลางมวลสูงขึ้นจะทำให้เรือพลิกคว่ำง่ายขึ้น ในกรณีเรื่อล่มนั้นแตกต่างจากกรณ๊เรือจม คือความหนาแน่นของเรือยังคงน้อยกว่าน้ำแต่เสียการทรงตัวไปเนื่องจากจุดศูนย์กลางมวลเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม โดยเรืออาจลอยคว่ำอยู่ในน้ำ


TIPS
จากภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขั่วโลกบริเวณตอนเหนือแคนาดา อะแลสกา และกรีนแลนด์หดตัวต่ำสุดในรอบ 30 ปี เปิดโอกาสเส้นทางเดินเรือฝั่งตะวันตกสำหรับฤดูร้อน ทำให้ย่นเส้นทางเดินทางจากยุโรปไปเอเชียผ่านคลองปานามาได้หลายพันกิโลเมตร ในอดีตเส้นทางดังกล่าวซึ่งเชื่อมมหาสมุครแอตแลนติกและแปซิฟิกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี แม้เส้นทางกำลังเปิดและน้ำแข็งยังคงละลายต่อเนื่อง แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่เส้นทางดังกล่าวจะกลายเป็นเส้นทางที่ใช้ได้โดยปกติ เพราะเส้นทางนี้ไม่ได้ปราศจากน้ำแข็งตลอดปี และไม่ได้คงอยู่ตลอดไป