Monday, April 21, 2008
ความจริงเรื่องแก๊สโซฮอล์
By Joeadmin @ 1:00 PM :: 3849 Views :: Article Rating :: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

     จากสภาวะราคาน้ำมันที่แพงขึ้นรัฐบาลจึงรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่กล้าใช้แก๊สโซฮอล์ เพราะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในบางเรื่อง เกี่ยวกับแก๊สโซฮอล์ เช่น เมื่อเติมแก๊สโซฮอล์แล้วจะทำให้เครื่องยนต์พังเร็วขึ้น หรือทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น เป็นต้น

      คุณมนูญ  ศิริวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า ในระยะแรกคนที่จะใช้ แก๊สโซฮอล์มีความเป็นห่วงและกังวลอย่างมาก คำถามที่พบบ่อยที่สุด คือ แก๊สโซฮอล์จะเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วหรือทำให้เครื่องยนต์หมดอายุเร็วกว่าที่กำหนดเช่น ถังน้ำมัน และท่อต่างๆ ในรถยนต์ นั้นเป็นความจริง หรือไม่ ในการตอบข้อสงสัยนี้  บริษัทผลิตรถยนต์ทุกบริษัทที่ผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ผลิตรถอเมริกา รถยุโรป รถญี่ปุ่น หรือรถเกาหลี ต่างก็ออกมาให้คำรับรองว่ารถยนต์ทุกรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 ขึ้นไปสามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ โดยไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรถยนต์รุ่นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ใช้ระบบหัวฉีด จึงสามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ทันที

      และคำถามที่ 2 คือ  การใช้แก๊สโซฮอล์นั้นจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าการใช้น้ำมันเบนซินหรือไม่ เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นความจริง แต่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1-2% เท่านั้น ซึ่งถ้านำราคาของแก๊สโซฮอล์มาเปรียบเทียบกับน้ำมันเบนซินแล้ว ก็จะพบว่า แก๊สโซฮอล์มีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินถึงลิตรละ 1.50 บาท เพราะฉะนั้นการใช้แก๊สโซฮอล์จึงทำให้ประหยัดได้มากกว่าการใช้น้ำมันเบนซิน ในระยะแรกประชาชนยังไม่ค่อยกล้าใช้แก๊สโซฮอล์มากนัก แต่หลังจากที่ลองหันมาทดลองใช้แล้วพบว่าไม่ได้มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น จึงบอกกันปากต่อปาก และในขณะนี้มีผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันมาใช้แก๊สโซฮอล์กันมากขึ้น ก็เพราะได้รับการบอกต่อว่าใช้ได้ ใช้ดีและไม่มีปัญหาใดๆ กับเครื่องยนต์ตามที่เข้าใจตั้งแต่ต้น


TIPS
บราซิลเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์มากที่สุดในโลก และใช้มาแล้วกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นการผสมเอธานอล 22% ลงในน้ำมันเบนซินเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1982 และลดอัตราการเติมเอธานอลลงมาเรื่อยๆ ตามกำลังการผลิตที่ผลิตได้ และได้ข้อสรุปในปัจจุบันว่าการใช้เอธานอลเป็นส่วนผสม 24% นั้น เหมาะสมกับสภาพเครื่องยนต์และสภาพการจราจรของประเทศมากที่สุด